นิยาย

posted on 21 Jul 2010 15:58 by arrichah

ข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ

posted on 21 Jul 2010 11:16 by arrichah

 ข้าวกล้อง...เพื่อสุขภาพ

ประเภท อาหารและโภชนาการ

เรื่อง ข้าวกล้องเพื่อสุขภาพ

ผู้แต่ง สิทธิพงษ์  สุทธิ์โสกเชือก

หน่วยงาน ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์  มหาวิทยาลัยมหิดล

บทย่อ

                ในปัจจุบันนี้ข้าวยังเป็นอาหารหลักของคนไทย ไม่ว่าภาคไหนก็บริโภคข้าวเป็นอาหารหลักทั้งสิ้น ถ้าหากจะพูดถึงข้าวที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และกำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันคงจะไม่มีใครไม่รู้จักข้าวกล้อง การที่จะได้รับประโยชน์จากข้าวกล้องสูงสุด จะต้องรู้จักวิธีการเก็บรักษา การหุงข้าว รวมถึงคุณค่าทางโภชนาการที่มีในข้าวกล้อง

คำสำคัญ  วิธีการเก็บรักษา การหุงข้าว คุณค่าทางโภชนาการ

เนื้อหา

                ข้าวกล้อง คือข้าวที่สีเอาเปลือก (แกลบ) ออกโดยที่ยังมีจมูกข้าว และเยื่อหุ้มเมล็ดข้าว (รำ) อยู่     ข้าวกล้องจะมีสีน้ำตาลอ่อน ซึ่งจมูกข้าวและเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวนี้มีคุณค่าอาหารที่มีประโยชน์มาก  สำหรับข้าวขาวที่เรากินๆ กันอยู่นั้น เป็นข้าวที่เกิดจากการขัดสีหลายๆ ครั้ง จนเยื่อหุ้มเมล็ดข้าวและจมูกข้าวหลุดออกไป จนเหลือแต่เนื้อในของข้าว

วิธีการเก็บรักษาข้าวกล้อง

       การเก็บรักษาข้าวกล้องให้ยังคงมีเยื่อหุ้มเมล็ดซึ่งเป็นส่วนที่มีคุณค่าทางสารอาหารสูงให้คงคุณภาพดีรอดพ้นจากมดหรือมอดนั้นควรเก็บไว้ในตู้เย็น ด้วยเหตุนี้ข้าวกล้องจึงมักจะบรรจุอยู่ในถุงขนาด 2 กิโลกรัมเท่านั้น สำหรับการเลือกชื้อควรพิจารณาถุงที่สมบูรณ์และมีลักษณะของเมล็ดข้าวที่สวยไม่แตกหัก และที่สำคัญไม่ควรให้ถุงข้าวกล้องสัมผัสกับ อากาศเป็นเวลานานๆ เพราะจะทำให้ข้าวกล้องเกิดการเหม็นหืนได้

วิธีการหุงข้าวกล้อง

                ใช้อัตราส่วน ข้าว 1 ถ้วย : น้ำ 2 ถ้วย ใช้เวลาหุงนานกว่าข้าวปกติประมาณ 5-10 นาที ในกรณีที่ยังไม่ได้รับประทานเลยทันที อาจพบว่าค่อนข้างแข็ง หากอุ่นอีกครั้งก่อนรับประทานก็จะได้ข้าวสวยอ่อนนุ่มการหุงต้ม จะมีอัตราส่วนข้าว 1 ถ้วย : น้ำ 10 ถ้วย ใช้เวลาต้มนานกว่าปกติ 2-3 เท่า  สำหรับผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยกับการบริโภคข้าวกล้องอาจเริ่มจากการผสมข้าวกล้องกับข้าวขาวในอัตราข้าวกล้อง 1 ส่วน : ข้าวขาว 2 ส่วน เมื่อเคนชินมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วค่อย ๆ เพิ่มปริมาณข้าวกล้องขึ้นจนเหลือข้าวกล้องเพียงอย่างเดียวได้

                นอกจากนี้แล้วยังมีเคล็ดลับ การกินข้าวกล้องให้อร่อยไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก วิธีการหุงก็ไม่แตกต่างจากข้าวขาว กล่าวคือ ก่อนซาวข้าวควรเลือกสิ่งแปลกปลอมออกเสียก่อน และควรซาวข้าวโดยไม่ต้องใช้น้ำมาก ซาวเร็ว ๆ เพียงครั้งเดียว มิฉะนั้นวิตามินในข้าวจะละลายไปกับน้ำ

ประโยชน์ของการรับประทานข้าวกล้อง มีดังนี้คือ

·       ได้วิตามินบีรวม ช่วยป้องกันและบรรเทาอาหารอ่อนเพลีย แขน ขาไม่มีแรง ปวดกล้ามเนื้อ โรคผิวหนังบางชนิด บำรุงสมอง ทำให้เจริญอาหาร

·       ได้วิตามินบี 1 ซึ่งถ้ากินเป็นประจำจะช่วยป้องกันโรคเหน็บชาได้

·       ได้วิตามินบี 2 ป้องกันโรคปากนกกระจอก

·       ได้ฟอสฟอรัส ช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน

·       ได้แคลเซียม ทำให้กระดูกแข็งแรง ช่วยป้องกันไม่ให้เป็นตะคริว

·       ได้ทองแดง สร้างเมล็ดโลหิต และเฮโมโกลบิน

·       ได้ธาตุเหล็ก ช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง

·       ได้โปรตีน ช่วยเสริมสร้างส่วนที่สึกหรอ

·       ได้ไขมัน ให้พลังงานแก่ร่างกาย ไขมันในข้าวกล้องเป็นไขมันที่ดี ไม่มีคอเลสเตอรอล

·       ได้ไนอะซิน ช่วยระบบผิวหนังและเส้นประสาท และป้องกันโรคเพลลากรา
(โรคที่เกิดจากการขาดไนอะซิน จะมีอาการท้องเสีย ประสาทไหว โรคผิวหนัง)

·       ได้กากอาหาร ข้าวกล้องมีกากอาหารมาก ซึ่งจะทำให้ท้องไม่ผูก และช่วยป้องกันมะเร็งในลำไส้อีกด้วย

น้ำข้าวกล้องงอก

ข้าวกล้องงอก ถือเป็นนวัตกรรมหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจ เนื่องจากเป็นข้าวกล้องที่ต้องผ่านกระบวนการงอกตามปกติ ในข้าวกล้องจะมีสารอาหาร จำนวนมาก เช่น ใยอาหาร กรดไฟติก วิตามินซี วิตามินอี และสารกาบา ซึ่งช่วยป้องกันโรคต่างๆ เช่น โรคมะเร็ง เบาหวาน ช่วยคุมน้ำหนักตัว

                  เมื่อนำข้าวกล้องมาแช่น้ำทำให้งอก จะทำให้ข้าวกล้องมีสารอาหารเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะสารกาบา นอกจากจะได้ประโยชน์จากการที่มีปริมาณสารอาหารสูงขึ้นอยู่แล้ว ยังทำให้ข้าวกล้องงอกที่หุงสุกมีเนื้อสัมผัสที่อ่อนนุ่ม รับประทานได้ง่ายกว่าข้าวกล้องธรรมดา จึงง่ายแก่การหุงรับประทานได้โดยไม่ต้องผสมกับข้าวขาว

วิธีทำน้ำข้าวกล้องงอกอย่างง่ายๆ มีขั้นตอนดังนี้

 เริ่มจากเมล็ดข้าวกล้องใหม่ 100 กรัม หรือ 1 ขีด จะต้องซาวน้ำล้างเอากรวดทรายออกก่อนหนึ่งครั้ง แล้วนำไปแช่น้ำประมาณ 1 ลิตร ทิ้งไว้ประมาณ 5-6 ชม. ก็จะเกิดเป็นตุ่มงอกสีขาวขึ้นมาที่ เมล็ดข้าวพอมองเห็น จากนั้นให้เอาขึ้นนำมาผึ่งให้แห้ง แล้วนำไปต้มใช้ไฟปานกลางให้เดือด แต่อย่าให้เดือดมาก เพราะถ้าร้อนมากเกินไป สารกาบ้าจะถูกทำลายมาก หากเดือดพอดีให้เคี่ยวไปสัก 15-20 นาที สารกาบ้าจะยังอยู่ในข้าวถึง 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นปริมาณเพียงพอต่อร่างกาย  เสร็จแล้วใช้ผ้าขาวบาง หรือกระชอน กรองน้ำออกมาดื่ม เพิ่มรสชาติโดยโรยเกลือป่นให้ออกเค็มเล็กน้อย ก็จะเพิ่มความอร่อย นอกจากความหอมหวานที่มีอยู่ในน้ำข้าวกล้องงอกแล้ว ทั้งหมดนี้เป็นสูตรที่ศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวปทุมธานี ทำเพื่อทูลเกล้าฯ ถวายในหลวง ทุก 3 วัน ส่วนการหุงข้าวกล้องให้ได้รสชาติอร่อยนุ่มลิ้น จะต้องนำข้าวกล้องไปแช่น้ำ สัก 1 ชั่วโมง ให้เมล็ดข้าวบานออกเล็กน้อยก็หุงได้ทันที จะ ทำให้เมล็ดข้าวนุ่ม น่ารับประทานมาก การหุงข้าว จะทำให้สารกาบ้าถูกทำลายไปประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ แต่กาบ้าที่เหลือก็เพียงพอต่อร่างกายที่จะต้องบริโภคทุกวันอยู่แล้ว แต่ถ้าเราทำให้ข้าวกล้องงอกขึ้นมา จะเพิ่มคุณค่าสารอาหารขึ้นอีก 10 เท่าเลยทีเดียว

ส่งท้าย

ดังนั้น ข้าวกล้องจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่รักสุขภาพ หรือผู้ที่คิดจะดูแลตัวเองด้วยวิธีการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง สุขภาพที่ดีจะเกิดขึ้นได้ไม่เพียงแต่เราบริโภคอาหารที่มีราคาแพงเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกที่จะรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ รับประทานให้มีความหลากหลาย ร่วมกับการออกกำลังกายเป็นประจำ การมีจิตใจที่แจ่มใสตลอดเวลา เพียงเท่านี้สุขภาพดีก็อยู่ในมือคุณแล้ว

เอกสารอ้างอิง

1. วารสารกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม เดือนกันยายน-ตุลาคม 2544

2. http://www.bkkmenu.com/tips/html/740.html

3. http://dek-d.com/board/view.php?id=1234134

        

 

 

เรื่องนี้เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งานเท่านั้น คุณสามารถลบเรื่องนี้แล้วเริ่มต้นเขียนบล็อกได้เลย

ขอให้สนุกกับการใช้บล็อก